แกงมัสมั่นจากประเทศไทย ได้รับการยกย่องจากเครือข่ายโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นให้เป็นอาหารสุดอร่อย (Most delicious) อันดับ ๑ ของโลก ชนะพิซซ่าจากอิตาลีซึ่งได้คะแนนนิยมเป็นอันดับที่ ๒ ผลจากการโหวตของสมาชิกและนักท่องเที่ยว และจากประสบการณ์ในการทำข่าวของซีเอ็นเอ็น นอกจากนี้อาหารไทยที่ติดอันดับอีก ๓ ชนิด คือ ต้มยำกุ้งอันดับ ๘ หมูน้ำตกอันดับ ๙ และส้มตำอันดับที่ ๔๖
แกงมัสมั่นต้นตำรับเดิมเป็นของอินเดีย เข้ามาอยู่ในทำเนียบอาหารไทยตั้งแต่รัชกาลที่ ๒ หรือ ๒๓๐ กว่าปีมาแล้ว ตำรับเดิมนิยมทำด้วยเนื้อวัว แต่ปัจจุบันจะใช้เนื้อสัตว์ชนิดใดได้ตามใจชอบ จากตำรับเดิมของอินเดียนำมาปรับปรุงลดปริมาณเครื่องเทศให้น้อยลงเพื่อให้เหมาะกับลิ้นของคนไทย มัสมั่นหรือแกงมัสมั่นในยุคปัจจุบันใช่จะหารับประทานได้ง่าย ขณะเดียวกันถือเป็น ๑ ในอาหารไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักมากขึ้น เรื่องนี้เป็นข่าวรู้จักไปทั่วทุกมุมโลกโดยโหวตผ่านทางเฟซบุ๊ก มัสมั่นเป็นอาหารรสชาติเผ็ดร้อน หอมมัน หวาน อร่อยกลมกล่อม
แกงมัสมั่นต้นตำรับเดิมเป็นของอินเดีย เข้ามาอยู่ในทำเนียบอาหารไทยตั้งแต่รัชกาลที่ ๒ หรือ ๒๓๐ กว่าปีมาแล้ว ตำรับเดิมนิยมทำด้วยเนื้อวัว แต่ปัจจุบันจะใช้เนื้อสัตว์ชนิดใดได้ตามใจชอบ จากตำรับเดิมของอินเดียนำมาปรับปรุงลดปริมาณเครื่องเทศให้น้อยลงเพื่อให้เหมาะกับลิ้นของคนไทย มัสมั่นหรือแกงมัสมั่นในยุคปัจจุบันใช่จะหารับประทานได้ง่าย ขณะเดียวกันถือเป็น ๑ ในอาหารไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักมากขึ้น เรื่องนี้เป็นข่าวรู้จักไปทั่วทุกมุมโลกโดยโหวตผ่านทางเฟซบุ๊ก มัสมั่นเป็นอาหารรสชาติเผ็ดร้อน หอมมัน หวาน อร่อยกลมกล่อม
มัสมั่นมีจุดกำเนิดในไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นำเข้ามาโดยแขกเจ้าเซนที่มาจากเปอร์เซีย (อิหร่าน) เป็นแกงที่นิยมรับประทานในหมู่ผู้ชื่นชอบกลิ่นเครื่องเทศที่โดดเด่น บางแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของเมนูระบุว่า ชาวไทยมุสลิมมักเรียกแกงชนิดนี้ว่า ซาละหมั่น ขณะที่ต้นตำรับของมุสลิมจะออกรสเค็มมัน แต่มัสมั่นของไทยจะออกรสหวาน
ส่วนผสม
-เนื้อปลาทูน่า 500 กรัม
-หางกะทิ 5 ถ้วย
-หัวกะทิ 1 ถ้วย
-น้ำพริกแกงมัสมั่น ½ ถ้วย
-น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย
-น้ำมะขามเปียก 8 ช้อนโต๊ะ
-น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
-เกลือสมุทร 2 ช้อนชา
-มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นชิ้นพอคำ (250 กรัม) 1 ถ้วย
-ถั่วลิสงต้มหรือคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
-หอมใหญ่ปอกเปลือกหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1 นิ้ว 1 หัว
-ลูกกระวานคั่ว 3 ลูก
น้ำพริกแกงมัสมั่น (ปริมาณ ½ ถ้วย)
-ลูกผักชี 1 ½ ช้อนชา
-ยี่หร่า ½ ช้อนชา
-กานพลู 4 ดอก
-ลูกกระวานแกะเอาแต่เมล็ดใน 4 เม็ด
-อบเชยหักท่อนยาว1 นิ้ว1 ชิ้น
-ลูกจันทน์ 1 ดอก
-พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเมล็ดออกแช่น้ำจนนุ่ม 10 เม็ด
-เกลือสมุทร ½ ช้อนชา
-พริกไทยขาวเม็ด ½ ช้อนชา
-ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
-ตะไคร้ซอย 2 ต้น
-ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
-กระเทียมไทยแกะเปลือก30 กลีบ
-หอมแดงแกะเปลือกหั่น 5 หัว
-กะปิ 1 ช้อนชา
การเตรียม
1.ทำน้ำพริกแกงมัสมั่นโดยคั่วลูกผักชี ยี่หร่า กานพลู เมล็ดในลูกกระวาน อบเชย และลูกจันทน์ ทีละอย่างในกระทะด้วยไฟอ่อนจนหอม (ขนาดและความหนา มีผลต่อระยะเวลาในการคั่ว หากคั่วพร้อมกันอาจทำให้เครื่องเทศชิ้นเล็กไหม้ ในขณะที่ชิ้นใหญ่ยังไม่หอม) ตักขึ้นโขลกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วยพักไว้ จากนั้นโขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่พริกไทย ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด กระเทียม และหอมแดง ลงโขลกให้เป็นเนื้อเดียวกัน โดยค่อยๆใส่ทีละอย่างตามลำดับ จึงใส่กะปิและเครื่องเทศที่พักไว้ โขลกรวมกันจนละเอียดเข้าเป็นเนื้อเดียว ตักใส่ถ้วย
2.ล้างเนื้อวัวให้สะอาด นำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 2 นิ้ว ใส่จาน เตรียมไว้
การปรุง
1.นำหางกะทิใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใส่เนื้อปลาทูน่าลงเคี่ยวโดยไม่ต้องรอให้กะทิร้อน หมั่นคนไม่ให้กะทิแตกมันและจับตัวเป็นเม็ด นานประมาณ 1 ชั่วโมง จนเนื้อวัวเปื่อยนุ่มพอดี
2.เมื่อเคี่ยวเนื้อปลาทูน่าได้ประมาณ 45 นาที ตั้งกระทะใส่หัวกะทิ ½ ถ้วย บนไฟกลาง พอกะทิเริ่มเดือด ใส่น้ำพริกแกงมัสมั่นลงผัด ค่อยๆ ใส่หัวกะทิที่เหลือลงผัดทีละน้อยจนหมด ผัดนานประมาณ 10-15 นาที จนน้ำพริกแกงส่งกลิ่นหอมและมีน้ำมันสีแดงลอยหน้า ตักเนื้อวัวที่เคี่ยวใส่กระทะ ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ เทเนื้อผัดน้ำพริกแกงลงหม้อหางกะทิ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขามเปียก น้ำปลา และเกลือ ชิมรสให้เปรี้ยว หวาน เค็มกลมกล่อม ต้มนานประมาณ 3 นาที พอน้ำแกงเดือด ใส่มันฝรั่ง ถั่วลิสงต้มหรือคั่วหอมใหญ่ และลูกกระวานคั่ว ต้มต่อประมาณ 15 นาที หมั่นคนไม่ให้กะทิจับตัวเป็นเม็ด พอมันฝรั่งสุก ดูจากเนื้อมันฝรั่งเริ่มใส ปิดไฟ ยกลง
3.ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟ
ส่วนผสม
-เนื้อปลาทูน่า 500 กรัม
-หางกะทิ 5 ถ้วย
-หัวกะทิ 1 ถ้วย
-น้ำพริกแกงมัสมั่น ½ ถ้วย
-น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย
-น้ำมะขามเปียก 8 ช้อนโต๊ะ
-น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
-เกลือสมุทร 2 ช้อนชา
-มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นชิ้นพอคำ (250 กรัม) 1 ถ้วย
-ถั่วลิสงต้มหรือคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
-หอมใหญ่ปอกเปลือกหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1 นิ้ว 1 หัว
-ลูกกระวานคั่ว 3 ลูก
น้ำพริกแกงมัสมั่น (ปริมาณ ½ ถ้วย)
-ลูกผักชี 1 ½ ช้อนชา
-ยี่หร่า ½ ช้อนชา
-กานพลู 4 ดอก
-ลูกกระวานแกะเอาแต่เมล็ดใน 4 เม็ด
-อบเชยหักท่อนยาว1 นิ้ว1 ชิ้น
-ลูกจันทน์ 1 ดอก
-พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเมล็ดออกแช่น้ำจนนุ่ม 10 เม็ด
-เกลือสมุทร ½ ช้อนชา
-พริกไทยขาวเม็ด ½ ช้อนชา
-ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
-ตะไคร้ซอย 2 ต้น
-ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
-กระเทียมไทยแกะเปลือก30 กลีบ
-หอมแดงแกะเปลือกหั่น 5 หัว
-กะปิ 1 ช้อนชา
การเตรียม
1.ทำน้ำพริกแกงมัสมั่นโดยคั่วลูกผักชี ยี่หร่า กานพลู เมล็ดในลูกกระวาน อบเชย และลูกจันทน์ ทีละอย่างในกระทะด้วยไฟอ่อนจนหอม (ขนาดและความหนา มีผลต่อระยะเวลาในการคั่ว หากคั่วพร้อมกันอาจทำให้เครื่องเทศชิ้นเล็กไหม้ ในขณะที่ชิ้นใหญ่ยังไม่หอม) ตักขึ้นโขลกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วยพักไว้ จากนั้นโขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่พริกไทย ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด กระเทียม และหอมแดง ลงโขลกให้เป็นเนื้อเดียวกัน โดยค่อยๆใส่ทีละอย่างตามลำดับ จึงใส่กะปิและเครื่องเทศที่พักไว้ โขลกรวมกันจนละเอียดเข้าเป็นเนื้อเดียว ตักใส่ถ้วย
2.ล้างเนื้อวัวให้สะอาด นำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 2 นิ้ว ใส่จาน เตรียมไว้
การปรุง
1.นำหางกะทิใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน ใส่เนื้อปลาทูน่าลงเคี่ยวโดยไม่ต้องรอให้กะทิร้อน หมั่นคนไม่ให้กะทิแตกมันและจับตัวเป็นเม็ด นานประมาณ 1 ชั่วโมง จนเนื้อวัวเปื่อยนุ่มพอดี
2.เมื่อเคี่ยวเนื้อปลาทูน่าได้ประมาณ 45 นาที ตั้งกระทะใส่หัวกะทิ ½ ถ้วย บนไฟกลาง พอกะทิเริ่มเดือด ใส่น้ำพริกแกงมัสมั่นลงผัด ค่อยๆ ใส่หัวกะทิที่เหลือลงผัดทีละน้อยจนหมด ผัดนานประมาณ 10-15 นาที จนน้ำพริกแกงส่งกลิ่นหอมและมีน้ำมันสีแดงลอยหน้า ตักเนื้อวัวที่เคี่ยวใส่กระทะ ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ เทเนื้อผัดน้ำพริกแกงลงหม้อหางกะทิ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขามเปียก น้ำปลา และเกลือ ชิมรสให้เปรี้ยว หวาน เค็มกลมกล่อม ต้มนานประมาณ 3 นาที พอน้ำแกงเดือด ใส่มันฝรั่ง ถั่วลิสงต้มหรือคั่วหอมใหญ่ และลูกกระวานคั่ว ต้มต่อประมาณ 15 นาที หมั่นคนไม่ให้กะทิจับตัวเป็นเม็ด พอมันฝรั่งสุก ดูจากเนื้อมันฝรั่งเริ่มใส ปิดไฟ ยกลง
3.ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟ






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น